สตรี

ออกเยี่ยมลาซารัสบ้านหนองพลวง .หนองพลวง .ประทาย .นครราชสีมา ชื่อนางทองศรี กองทองนอก อายุ 93 ปี ซึ่งอาศัยอยู่กับหลานชายและหลานสะใภ้ จากแต่ก่อนอยู่คนเดียว ชาวบ้านช่วยเหลือโดยการแบ่งปันอาหาร กล้วย ข้าว ฯลฯ จากนั้นก็ไปเยี่ยมยายน้อย ราศรี อายุ 74 ปี มีอาการปวดขา เดินไม่ได้ ทางฝ่ายสตรีก็จะดำเนินการขอรถเข็นให้กับท่าน

    การออกเยี่ยมสตรีที่ได้รับความทุกข์ยากในการดำเนินชีวิต   บ้านโนนแก้วโดยคำถามที่ทิ้งไว้เมื่อคราวสัมมนาสตรีที่ปากช่องว่า “ลาซารัส เป็นใครในชุมชนของเรา?” คำตอบก็คือ ครอบครัวของนางหนูทิพย์ จิมพา จากการปรึกษาหารือกันของกลุ่มสตรีโนนแก้ว ในวันที่ 1  มีนาคม ค.ศ. 2017 เพื่อหาทางช่วยเหลือ ได้ข้อเสนอดังนี้

1. จัดหาซื้อไก่พันธุ์ไข่ ประมาณ 5 ตัว สำหรับให้ทางครอบครัว นางหนูทิพย์ จิมพา ได้พอพึ่งพาตนเองได้บ้าง โดยการทำพื้นที่สำหรับเลี้ยงไก่ ทำเป็นคอกหรือเลี้ยงใส่สุ่ม

2. จัดทำไม้กวาดทางมะพร้าว โดยหากสนใจ นางลำเยือง วาปีกัง และทางกลุ่มสตรีนำโดย นางสะอาด   ศรีสุระ จะเป็นผู้สอนให้ และทางกลุ่มสตรีจะติดต่อกับซิสเตอร์หาตลาดในการขายให้

3. จัดเพาะเห็ดนางฟ้า เห็ดเผาะ เห็ดฟาง หรือเห็ดที่คนส่วนใหญ่รับประทาน เพื่อสำหรับการขายพอเลี้ยงชีพ พึ่งพาตนเอง

    

 

 

 

 

 

 

 

    

    

    โดยข้อสรุป ทางออกของการช่วยเหลือ ครอบครัว นางหนูทิพย์ จิมพา และถามความสมัครใจจากนางหนูทิพย์ จิมพา คือ เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ จำนวน 5 ตัว โดยการจัดหาซื้อพันธุ์ไก่และการสร้างคอกทางเจ้าหน้าที่ศูนย์สังคมพัฒนา จะเป็นผู้จัดการให้ โดยสถานที่การเลี้ยงไก่นั้น คือบริเวณข้างบ้านของนาง หนูทิพย์ จิมพา ซึ่งพอมีพื้นที่ว่างในการดำเนินการได้ ทั้งนี้การเลี้ยงไก่ ไม่ได้มุ่งไปที่การขายเพื่อได้กำไรในปริมาณที่มาก แต่เพื่อสำหรับทางนางหนูทิพย์ จิมพา และครอบครัว สามารถพึ่งพาและช่วยเหลือตนเองได้ มีกินหากเหลือก็สามารถนำไปขายหาเลี้ยงชีพได้  ขณะนี้ นางหนูทิพย์ จิมพา กำลังเตรียมการสร้างเล้าไก่ เมื่อสร้างเสร็จแล้วทางแผนกสตรีก็จะดำเนินการเรื่องไก่ต่อไป

การออกเยี่ยมสตรีที่ได้รับความทุกข์ยากในการดำเนินชีวิต บ้านโนนงิ้ว (15 มีนาคม 2017)

    ลาซารัส ในชุมชนนี้คือ นางวัลลิณี รุ่งโรจน์ พิการทางทางสายตา มองสายตาเลือนราง ไม่ค่อยชัด พิการทางสมอง และถูกสามีทอดทิ้ง แต่มีความขยัน พอสามารถช่วยเหลือตนเองได้บ้าง นางวัลลิณี มีลูกชาย 1 คน คือ เด็กชายประภาวิน พรมโครต อายุ 6-7 ปี  มีความพิการทางร่างกาย ขาลีบ คออ่อน ไม่สามารถขยับร่างกายไปไหนได้ตามปกติ ดังนั้น เมื่อลูกชายป่วย นางวัลลิณี จึงไม่สามารถไปทำงานได้ตามปกติ เพราะต้องดูแลลูกชาย และยังถูกสังคมรอบข้างรังแก วิธีการให้ความช่วยเหลือที่เพื่อนบ้านได้ลงมือทำก็คือชาวบ้านมีข้าวปลาอาหารแห้งก็เอาไปให้ บริจาคนมให้ลูกชายของนางวรรลิณี รุ่งโรจน์

    จากการปรึกษาหารือกันของกลุ่มสตรีโนนงิ้ว ในวันที่ 15 มีนาคม .. 2560 เพื่อหาทางช่วยเหลือให้กับ ครอบครัว นางวัลลิณี รุ่งโรจน์ โดยแกนนำกลุ่มคือ นางมาลินี พะชะนะ ได้ข้อเสนอดังนี้

1. เลี้ยงปลาดุก บ่อสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไม่ใหญ่และลึกจนเกินไป การสร้างบ่อนั้น ทางแผนกสตรี ได้มอบหมายหน้าที่ให้แก่กลุ่มสตรีช่วยจัดการ โดยให้ทุนไปจำนวน 2,000 บาท  ในการจัดสร้างบ่อและหาพันธุ์ปลา  และนำมาขายใกล้ๆ กับร้านค้าศูนย์สาธิตการตลาดของชุมชน

2. นางวัลลิณี รุ่งโรจน์ ความต้องการ อยากได้จักรยานสำหรับการเดินทางไปทำธุระ และรวมไปถึงเวลาค้าขาย

    จากข้อเสนอเบื้องต้นและถามความสมัครใจจากนางวัลลิณี รุ่งโรจน์  พบว่า นางวัลลิณี รุ่งโรจน์ แม้จะยากลำบากแต่ไม่ย่อท้อ มีความมุ่งมั่นที่อยากจะทำงาน เธอจึงรับข้อเสนอดังกล่าว และมีความต้องการ อยากได้จักรยานสำหรับการเดินทางไปทำธุระ และรวมไปถึงเวลาค้าขายด้วย โดยสถานที่การเลี้ยงปลาดุกนั้น คือบริเวณข้างบ้านของนางวัลลิณี รุ่งโรจน์  ซึ่งพอจะมีพื้นที่ว่างในการดำเนินการได้ อีกทั้งเพื่อนางวัลลิณี รุ่งโรจน์  จะได้สามารถดูแลลูกชายของเธออยู่กับบ้าน และเลี้ยงปลาดุกได้เช่นกัน ทั้งนี้การเลี้ยงปลาดุกนั้น ไม่ได้มุ่งไปที่การขายเพื่อได้กำไรในปริมาณที่มาก แต่เพื่อเป็นทางออกหนึ่งสำหรับทางนางวัลลิณี รุ่งโรจน์ สามารถพึงพาและช่วยเหลือตนเองได้ มีกิน หากเหลือกินก็สามารถนำไปขายหาเลี้ยงชีพได้  การที่เสนอให้เริ่มต้นจากบ่อเลี้ยงขนาดเล็ก เป็นการทดลองดูความสามารถและกำลังของนางวัลลิณี รุ่งโรจน์ ว่าเป็นอย่างไร ถ้าผลออกมาดีก็สามารถนำไปสู่การขยายกิจการได้  

    นอกจากเข้าไปเยี่ยมและหาทางช่วยเหลือ นางวัลลิณี รุ่งโรจน์ ทางศูนย์สังคมพัฒนาได้ลงไปเยี่ยม ให้กำลังใจผู้ป่วยภายในบ้านโนนงิ้วคนอื่นๆ และสวดภาวนา นำพรของพระเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ป่วย

หลังพิธีบูชาขอบพระคุณวันอาทิตย์ คุณพ่อ ได้ออกเยี่ยมเยียนผู้เจ็บป่วยที่อยู่ตามบ้าน และสวดภาวนาและอวยพรให้นายสมจิตร ชินวงศ์ ไม่เข้าวัดเป็นเวลานานแต่เมื่อทางกลุ่มสตรีได้เข้าไปเยี่ยมเยียน พูดคุย และสวดภาวนาพร้อมกันทำให้ นายสมจิตร ชินวงศ์ ไปเข้าวัดได้ 2 สัปดาห์แล้ว และไม่ดื่มเหล้า ทั้งคุณพ่อประสาท ใหม่เพียรวงศ์ และคุณพ่อสมดุล วาปีทะ  ไปเยี่ยม และอวยพรครอบครัวของ นางวัลลิณี รุ่งโรจน์ และบุตรที่นอนป่วย

    การออกเยี่ยมสตรีที่ได้รับความทุกข์ยากในการดำเนินชีวิต บ้านโนนแฝก ลาซารัสคือ นางน้อย ครุตนอก อายุ 85 ปี สามีเสียชีวิต และอาศัยอยู่กับลูกสาวซึ่งพิการทางสมองคือ ..ปราณี ครุตนอก   อาศัยอยู่ในพื้นที่ ที่เคยเป็นของตนเอง แต่ยกให้ญาติพี่น้อง  สภาพความเป็นอยู่ในบ้าน ค่อนข้างสกปรก เบื้องต้น นางน้อย ไม่สามารถขยับร่างกายได้สะดวก ตามสภาพร่างกายที่อายุมากขึ้น และลูกสาวที่อยู่ด้วยกันก็พิการทางสมอง ญาติพี่น้องไม่ค่อยเหลียวแล หรือเข้ามาดูแล วิธีการให้ความช่วยเหลือก็คือชาวบ้านมีข้าวปลาอาหารแห้งก็เอาไปให้

จากการปรึกษาหารือกันของกลุ่มสตรีโนนแฝก ในวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2560 เพื่อหาทางช่วยเหลือ ครอบครัว นางน้อย ครุตนอก โดยแกนนำกลุ่มคือ นางมาลัย ศรจันทร์ ได้ข้อเสนอดังนี้

1. นางน้อย ครุตนอก มีความต้องการ อยากได้ พัดลม เนื่องจากเข้าสู่ฤดูร้อน และภายในบ้านของ  นางน้อย ครุตนอก มีพัดลมเพียงตัวเดียว และมีขนาดเล็ก แม้แต่ทางเจ้าหน้าที่เข้าไปเยี่ยมเยียนเพียงระยะสั้นๆ ยังสัมผัสได้ถึงความร้อนที่อยู่ภายในบ้าน

2. จากสภาพภายในบ้านของนางน้อย ครุตนอก ที่ค่อนข้างสกปรก และมีกลิ่น จึงเกิดข้อเสนอ คือ ทางกลุ่มสตรีนำโดยนางมาลัย ศรจันทร์ และสมาชิกที่มีจิตอาสาร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์สังคมพัฒนาฯ จะมาร่วมกันทำความสะอาดและจัดบ้านของนางน้อย ครุตนอก ใหม่

    จากการสังเกตอีกประการ พบว่า นางน้อย ครุตนอก อาจจะมีสายตาที่ไม่ค่อยดีแล้ว เนื่องจาก การพูดบอกเล่าว่า พัดลม( ขนาดเล็ก ) มีคนนำมาให้ อย่างดีเลย แต่ทางเจ้าหน้าที่มองเห็นว่า ค่อนข้างจะเก่าและมีสภาพใกล้จะพัง อีกทั้งน้ำที่นางน้อย ที่ดื่มกิน มีสภาพตะไคร่น้ำขึ้น ไม่เหมาะสมแก่การดื่มกิน

    ดังนั้น จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทำให้เกิดการรื้อฟื้นจิตตารมณ์การช่วยเหลือเกื้อกูลกันขึ้นมาใหม่ รวมทั้งการกระตุ้นบรรดาจิตอาสาภายในหมู่บ้านด้วย

วันจันทร์ที่ 20 มีนาคม 2560 ได้จัดซื้อพัดลมไปส่งมอบให้กับ ยายน้อย ครุตนอก จำนวน 1 ตัว โดยสตรีจิตอาสาของหมู่บ้านโนนแฝก เป็นผู้นำพัดลมไปส่งมอบให้ สร้างความดีใจเป็นอย่างยิ่ง

    การออกเยี่ยมสตรีที่ได้รับความทุกข์ยากในการดำเนินชีวิตบ้านผไทรินทร์ ลาซารัส เป็นใครในชุมชน นางประคอง นาคพิพัฒน์ อายุ 57 ปี สติไม่ค่อยดี เนื่องจากเป็นโรคประสาท ปัจจุบันสามีเสียชีวิต อาศัยอยู่กับบุตรชายอายุ 10 ปี เคยมีที่ดินเป็นของตนเองคือของสามี เมื่อสามีเสียชีวิต ญาติฝ่ายสามีมาเรียกร้องว่า ไม่ใช่ที่ดินของนางประคอง และขับไล่ ยึดครองที่ดินไป สภาพที่อยู่อาศัยสร้างด้วยไม้และสังกะสี ไม่มั่นคงและมิดชิด วิธีการให้ความช่วยเหลือคือชาวบ้านให้คำแนะนำในการใช้ชีวิต แบ่งปันอาหารที่มีอยู่พอแบ่งได้ และจัดหาชุดการศึกษาให้บุตรของนางประคอง

จากการลงสำรวจพื้นที่ โดยมีกลุ่มสตรีไผทรินทร์เป็นผู้นำ และร่วมกันปรึกษาหารือกัน ในวันที่ 30 มีนาคม .. 2560 เพื่อหาทางช่วยเหลือให้กับลาซารัส ครอบครัว นางประคอง นาคพิพัฒน์ ได้ข้อเสนอดังนี้

บ้านของนางประคองค่อนข้างทรุดโทรม เนื่องจากทำด้วยไม้ที่เริ่มมีสภาพที่ผุพังและสังกะสี จึงคิดที่จะ ปรับปรุงบ้านของนางประคองให้ดียิ่งขึ้น แต่เนื่องจากทางศูนย์ฯ ไม่มีกำลังทรัพย์ในการดำเนินงานปรับปรุงซ่อมแซม จึงจะใช้การประชาสัมพันธ์ข่าว ให้บุคคลภายนอกได้รับรู้ และเชิญชวนผู้ที่มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคปัจจัยเพื่อเป็นกองทุนสำหรับการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านของนางประคองนอกจากเข้าไปเยี่ยมและหาทางช่วยเหลือ นางประคอง นาคพิพัฒน์ ทางศูนย์สังคมพัฒนาได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ ภายในหมู่บ้านของผไทรินทร์ ได้ประเด็นดังนี้

1. หมู่บ้านผไทรินทร์เป็นหมู่บ้านที่สมาชิกทำการเกษตรครัวเรือน อาทิ เช่น หอมแดง กระเทียม เป็นต้น ซึ่งผลผลิตออกมาเป็นที่น่าพอใจ เพียงแต่ไม่มีตลลาดที่แน่นอน เนื่องมาจากแต่ละครัวเรือนนิยมปลูกพืชเหมือนๆ กัน จึงนำไปสู่การมีผลผลิตชนิดเดียวกันในปริมาณมาก และไม่มีตลาดที่รับในปริมาณมาก ส่งผลให้ผลผลิตขายไม่ได้ในจำนวนที่มาก หรือมีสินค้าตกค้าง

2. หมู่บ้านผไทรินทร์ เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้าวเนื่องจากราคาข้าวตกต่ำตามสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ชาวบ้านบางส่วนจะนำข้าวมาขายเฉพาะตอนที่จะซื้อปุ๋ย หรือลงนาใหม่ บางส่วนไม่มีตลาดในการส่งขาย  จึงทำให้มีข้าวในปริมาณมาก ที่ยังไม่ได้ขาย

3. กลุ่มสตรีเสนอผู้ที่ยากลำบากในผไทรินทร์นอกจากนางประคอง ยังมี ป้าสงัด อาศัยอยู่คนเดียว และนางเจียว อายุ 45 ปี ไม่มีที่นาเป็นของตนเอง อาศัยอยู่กับแม่ในบ้านหลังเล็กๆ

การลงพื้นที่ของแผนกสตรีที่ผไทรินทร์ในครั้งนี้ ร่วมกับแผนออมทรัพย์ ได้พูดคุยประเด็นที่สืบเนื่องมากจากในที่ประชุม เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ..2560 พูดคุยเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน ปัญหาในการเก็บเงิน การดำเนินงานต่างๆ และรวมไปถึงอยากให้ทางศูนย์ฯ ช่วยเหลืออะไรบ้าง ทางผไทรินทร์ เสนอว่าอยากให้ลงมาช่วยพูดคุยกับสมาชิก เกี่ยวกับงานฌาปนกิจ เนื่องจากสมาชิกเริ่มไม่โปร่งใสในการดำเนินงาน อีกทั้งเพื่อกระตุ้น ส่งเสริม และเพิ่มความเข้าใจในงานของกลุ่มฌาปนกิจ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ นายวิเชียร กล้าหาญ ได้นำเสนอข่าวสารกับทางกลุ่มสตรีและออมทรัพย์ ผไทรินทร์ เกี่ยวกับโครงการของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนและส่งเสริมสุขภาพ(สสส.) ที่ให้ชาวบ้านเขียนโครงการเข้าไป หากผ่านจะมีงบสนับสนุนโครงการ โครงการละ 50,000 บาท ซึ่งทางผไทรินทร์สนใจในเรื่อง การจัดเก็บขยะในชุมชน เพราะในหมู่บ้านไม่มารแยกขยะ หรือเวลาจำกัดขยะ ก็จะใช้วิธีการเผาใครเผามัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ศูนย์นายวิเชียร และนายฤตชัย พูดแบ่งปันเกี่ยวกับตลาดนัดผักสืบเนื่องมาจาก ปัญหาชาวบ้านไม่มีตลาดที่แน่นอนในการค้าขายผัก ที่ปลูกในแต่ละครัวเรือน ซึ่งเป็นประสบการณ์จากบุคคลที่ประสบความสำเร็จจากการใช้หลักการตลาดนัดผัก ซึ่งมีต้นแบบมาจากตลาดนัดทั่วไป และจากปัญหาเรื่องข้าวในข้างต้นทางศูนย์ฯ ได้นำข้าวตัวอย่างจากหมู่บ้านผไทรินทร์เพื่อนำไปให้พระสังฆราชยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ พิจารณารับเข้าโครงการช่วยชาวนาขายข้าวต่อไป