ประมาณปี 2500/1957 ถนนหนทางที่ปากช่องเริ่มดีขึ้นเป็นการพัฒนาของบ้านเมือง เพราะต้องยอมรับความลำบากสมัยก่อนที่ต้องผ่านดงพญาไฟ (ดงพญาเย็น) เพื่อเดินทางจากภาคกลางสู่อีสาน ปากช่องจึงเป็นที่พักเหนื่อยที่ดีมากทีเดียว

        ปี 2502/1959 ขณะนั้นคุณพ่อหลุยส์ นิโคลาส เป็นเจ้าวัดโนนแก้ว และดูแลโคกปราสาทดวย ท่านได้ยินว่าที่ปากช่องมีคริสตชน จึงได้เดินทางมาหาและได้พบครอบครัวนายบุญชัย และนางสุรีย์ (ซุย) การดี คริสตชนครอบครัวแรกที่ย้ายมาจากวัดเชนต์หลุย์ กทม. (ที่อพยพครอบครัวมาก็เพราะหนีสงครามโลกครั้งที่ 2 มาอยู่ปากช่องเมี่อปี 2485/1942) ตอนนั้นเองไม่มีคริสตชนที่นี่ เมื่อไม่มีวัดเวลาโอกาสสำคัญก็จะนั่งรถไฟไปร่วมมิสซาที่วัดอัสสัมชัญ บางรัก (คริสตมาส ปัสกา)

    คุณพ่อนิโคลาสได้ส่งเด็กๆ จากโนนแก้วไปเรียนที่ต่างๆ เป็นการส่งเสริมด้านการศึกษา ท่านมองอนาคตว่าต่อไปควรจะมีโรงเรียนเป็นของตัวเอง และเห็นว่าที่ ปากช่องมีความเจริญจึงเลือกที่นี่ ตอนนั้นนางสุรีย์ การดีจะมอบที่ดิน 7 ไร่ให้สร้างวัดสร้างโรงเรียน แต่ติดที่ว่าที่ดินอยู่ติดคลองนํ้าและอนาคตคงไม่เพียงพอจึงมีการแนะนำให้คุณพ่อซื้อที่ดิน 15 ไร่ จาก ม.ร.ว.ชวนิต นดากร วรวรรณ (โดย ม.ร.ว.ปรัชญา กร วรวรรณ รับมอบอำนาจทำการแทน เมื่อ 10 มิ.ย. 2502/1959 (เรึ่องที่ดินนี้แรกๆ ซื้อก่อน 8 ไร่ ราคา 1 แสนบาท ส่วนที่หนองสาหร่ายซื้อไว้ประมาณ 100 ไร่ ต่อมามีการแบ่งขายต่อให้กับพวกครู) เดิมทีที่ดินนี้เป็นป่าทึบเต็มไปด้วยหลุมขยะ ด้วยสายตาที่มองการณ์ไกลคุณพ่อได้สร้างโรงเรียนที่ปากช่องขึ้น

งานอภิบาลของ คุณพ่อนิ โคลาส (วัดที่มาคู่กับโรงเรียน) 2502-2512/1959- 1969

    ท่านมาถวายมิสซาที่บ้านนายบุญชัย นางสุรีย์ การดี เดือนละครั้ง เมื่อมีการสร้างโรงเรียนท่านได้นำไม้มาจากโคกปราสาทไปสร้าง โดยขออนุญาตตัดไม้จากป่าไม้บุรีรัมย์ เรื่องการสร้างโรงเรียนที่ปากช่อง คุณพ่อได้ปรึกษากัน ท่านนายอำเภอปากช่อง และได้เชิญบรรดาเถ้าแก่ในอำเภอ (ทางราชการประสานงานให้) มีการขอร้องให้ช่วยชำระค่าเล่าเรียนล่วงหน้า 5 ปี ซึ่งทุกท่านเห็นความสำคัญด้านการศึกษาและความเจริญของบ้านเมืองตน จึงพร้อมใจกันร่วมมือช่วยเหลือตามข้อตกลง

    จากความรักความสามัคคีนี้เองจึงเกิดการก่อสร้าง โรงเรียนที่ปากช่อง คุณพ่อเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างอาคารเรือนไม้ 2 ชั้นด้วยตนเอง แล้วขออนุญาตทางราชการ เป็ดโรงเรียนชื่อ "รุ่งอรุณวิทยา" แล้วเสร็จปี 2503/1960 (เมื่อสร้างโรงเรียนเสร็จมีการแบ่งห้องไว้ 1 ห้องเพื่อเป็นวัด) โรงเรียนทำการสอนตั้งแต่ชั้น ป. 1-7 เปิดสอนเมื่อ 15 พ.ค. 2504/1961 มีนักเรียน 400 คน ครู 12 ท่าน

    ช่วงนี้ คุณพ่อนิโคลาสยังรับดูแลทั้งโนนแก้ว โคกปราสาทและปากช่อง ท่านมาที่ปากช่องเป็นประจำ คริสตชนจากที่ต่างๆ เริ่มเข้ามาที่นี่รวมทั้งบรรดาลูกศิษย์จากโนนแก้วด้วย จึงทำให้เป็นกลุ่มคริสตชนที่มากขึ้น ท่านได้ตั้งกลุ่มพลมารีย์ชื่อ "ดาวประจำรุ่ง” ขึ้นโดยมีคณะครูคาทอลิกซึ่งย้ายมาจากโนนแก้ว และวัดหนองรี จังหวัดนครนายกเป็นสมาชิก นางมานิตย์ การดี เป็นประธาน ต้องยอมรับว่างานพลมารีย์ตอนนั้นเข้มข้นมาก สมาชิกได้ออกไปเยี่ยมบรรดาคริสตชนที่อ่อนแรง และไปเยี่ยมคนเจ็บป่วยในที่ต่างๆ แม้จะเป็นที่ทุรกันดาร เช่น ที่เขาใหญ่ บ้านหมูสี ฯลฯ ทั้งช่วยรักษาและเยี่ยมเยียน คนจน ความดีนี้เองทำให้บางคนศรัทธาและขอเข้าเป็นคริสตชนในเวลาต่อมา

ตารางมิสซา 

จันทร์-เสาร์ 06.15 .

อาทิตย์ 08.30 .

นพวาร : พุธ 19.00 .

ด้านโรงเรียนคุณพ่อได้ส่งครูไปพัฒนาด้านการเรียนการสอนมิได้ขาด เพี่อมาพัฒนาโรงเรียนให้ดีขึ้น มีการส่งไปเรียนต่อที่อี่นๆ แม้แต่ที่เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย เพี่อให้โรงเรียนมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของประชาชน

ประมาณปี 2505-6/1962-3 ท่านได้ตั้งสภาวัดขึ้นเพื่อเป็นแกนสำคัญของกลุ่มคริสตชน นายมนูญ การดี เป็นประธานสภาวัดคนแรก คริสตชนสมัยนั้นประมาณ 40 คน (นับคนที่เข้าวัด ไม่รวมเด็ก)

    เมื่อกิจการที่ปากช่องเป็นหลักแหล่งแล้ว คุณพ่อนิโคลาสจึงขอลาออกจากโนนแก้วมาทำงานประจำที่ปากช่อง

    ท่านมักออกเยี่ยมคริสตชนสม่ำเสมอ ใครที่ไม่ไปวัดท่านมักออกติดตามเพี่อช่วยเหลือ แนวการทำงานของท่านได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องเตรียมคนไว้เพื่อช่วยงานของสังฆมณฑล โดยเป็นการทำงานในระดับวัด จัดเตรียมฆราวาสเพื่อช่วยงานวัดได้ แต่ต่อมาท่านสังฆราช วังงาแวร์ได้คิดทำงานนี้ในแนวสังฆมณฑล จึงมีการเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ต่อมามีการเชิญชิสเตอร์คณะโอเบลตฯ มาช่วย (และเป็นแนวทางที่จะนำสู่การมีนักบวชหญิงเข้ามาทำงานที่ปากช่องต่อไป)

สมัยคุณพ่อลามูเรอ (2512-2517/1969-1974)

    ท่านเข้ามาเป็นเจ้าวัดปี 2512/1969 เป็นพระสงฆ์ที่นำความทันสมัยทันต่อเหตุการณ์มาสู่ปากช่อง ท่านจะไม่เสียดายเงินหากมีการเปลี่ยนแปลงเพึ่อ การพัฒนาใน ทางที่ดีขึ้น

    มีการสร้างเรือนไม้ชั้นเดียวขึ้นอีก 1 หลัง เพื่อให้พอเพียงกับจำนวนเด็กที่มากขึ้น

สมัยคุณพ่อประยูร นามวงศ์ (2518-2520/1975-1977) สงฆ์จันทบุรี

    ท่านเข้ามาเป็นเจ้าวัดปี 2518/1975 เป็นการนำความเปลี่ยนแปลงแบบสมัยใหม่ให้คริสตชนมากขึ้น ท่านเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและมีความกระตือรือร้น มีการตั้งกลุ่มเยาวชน กลุ่มเยาวชนพลมารีย์ในโอกาสสำคัญเช่น คริสตมาสมีการไปร้องเพลงอวยพรตามบ้านต่างๆ ฯลฯ

    ได้มีการสร้างอาคารเรียนเป็นตึก 2 ชั้นอีก 1 หลัง ปรับปรุงสภาพถนน ถมที่ดิน จัดระบบระบายนํ้า ส่งเสริมคุณภาพทางการศึกษา จนเป็นที่ยอมรับในคณะครูและผู้ ปกครองนักเรียน เสียดายที่ท่านต้องย้ายไปรับหน้าที่อื่น ที่โคราชในเวลาที่เร็ว เพราะอยู่ได้เพียง 2 ปีเท่านั้น

สมัยคุณพ่อมารย์อุส เบรย์ (2521 -2528/1978-1985)

    ท่านเข้ามาเป็นเจ้าวัดปี 2521/1978 ได้ให้ครูคาทอลิกมีบทบาทในการช่วยวัดมากขึ้น สมัยนี้มีการใช้วัดใหม่ (วัดหลังที่ 2) ที่อาคารเรียนชั้นล่างที่คุณพ่อลามูเรอสร้างไว้ ส่วนชั้นบนเป็นห้องเรียน มีการสร้างหอระฆัง และที่สำคัญคีอมีการเชิญมาเชอร์คณะเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร เข้ามาช่วยงานที่ปากช่อง

    ด้านโรงเรียนได้มีการสร้างและเริ่มชั้นเรียนระดับอนุบาลขึ้นโดยสร้างตึก 3 ชั้น แยกเป็นสัดส่วน สร้างอาคารเรียน 2 ชั้นขึ้นและขยายนักเรียนไปถึงชั้นมัธยมศึกษา ตอนปลาย และมีการสร้างหอประชุมโรงเรียนขึ้นด้วย ถือว่าในสมัยคุณพ่อเบรย์มีการก่อสร้างพัฒนาด้านวัตถุมากทีเดียว (ตามจริงท่านเก็บเงินไว้เพื่อสร้างวัดด้วย แต่โดยการเสนอของที่ปรึกษาเห็นว่าควรทำด้านโรงเรียนที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน ท่านจึงก่อสร้างด้านโรงเรียนในสมัยท่านมาก....บันทึกสังฆราช พเยาว์ 1 ส.ค.1983)

สมัยคุณพ่อสุรินทร์ ประสมผล (2529-เม.ย. 2536/1986-1993)สงฆ์จันทบรี

    ท่านเข้ามาเป็นเจ้าวัด 1 เม.ย. 2519/1986 ท่านมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับสัตบุรุษ ท่านให้ความศรัทธาต่อวันศุกร์ต้นเดือน เชิญชวนคริสตชนศรัทธาต่อพระหฤทัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า และได้สานงานของคุณพ่อเบรย์ในการสร้างวัดใหม่

    โอกาสฉลองวัด 10 ธ.ค.2530/1987 ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์เตรียมสร้างวัดใหม่ สร้างเสร็จ 30 พ.ย. 2531 /1988 (รวมงบสร้างวัดและบ้านพักพระสงฆ์ 5 ล้านบาท) เปิดเสกวัดใหม่เมึ่อ 17 ธ.ค. 2531/1988

    ด้านโรงเรียนท่านได้เห็นความจำเป็นด้านอาคาร สถานที่ จึงมีการปรับปรุงและสร้างอาคารใหม่หนึ่งหลัง เพื่อเป็นอาคารเรียน

สมัยคุณพ่อพิพัฒน์ ทนุพันธ์ (2537-2544/1994-2001) สงฆ์จันทบุรี

    ท่านเข้ามาเป็นเจ้าวัด 18 เม.ย. 2537/1994 ท่าน สนับสนุนคณะพลมารีให้มีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง ท่านส่งเสริมความศรัทธาคริสตชนโดยการเชิญชวนไปฉลองวัดที่ต่างๆ เสมอ

    มีการสร้างบ้านพักมาเซอร์ใหม่ และสร้างอาคารหอพักใหม่ให้เหมาะสม เปิดเสก 24 ธ.ค. 2537/1994 โดยท่านพเยาว์ มณีทรัพย์

 

สมัยคุณพ่อสมเดช พันธ์สมบัติ (พ.ศ. 2544)

 

     หลังจากไปศึกษาต่อที่ประเทศฟิลิปปินส์ 1 ปี ได้มาเป็นเจ้าวัดต่อจากคุณพ่อพิพัฒน์ ทนุพันธ์ ขณะนั้นมีสัตบุรุษ 373 คน

สมัยคุณพ่อเอกชัย ชิณโคตร

สมัยคุณพ่อสุข ศรจันทร์

ปัจจุบันสมัยคุณพ่อจักรี พันธ์สมบัติ โดยมีคุณพ่อสมชาย หมอกครบุรี เป็นผู้ช่วย